• Devver

15th Day: การเดินทางผ่านยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงความคิดของผู้คน (15/365 to be Data Scientist)



การเดินทางเพื่อค้นพบดินแดนแห่งใหม่นั้นเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย ย้อนไปตั้งแต่สมัยที่มีการเดินเรือยังเป็นการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ใช้เวลานานนับปีผ่านอุปสรรคทางทะเลมากมายที่ยากเกินจะจินตนาการ เพื่อค้นพบดินแดนมหัศจรรย์ที่อยู่ไกลออกไป เกิดเป็นเรื่องเล่าการผจญภัยนับหมื่นนับแสนจากผู้ที่ผจญภัยสู่โลกกว้าง ทั้งเรื่องตื่นเต้น เรื่องตลกขบขัน เรื่องโศกเศร้า เรื่องความภาคภูมิใจ เรื่องแปลกประหลาด ทุกความรู้สึกจากการผจญภัยนั้นได้ส่งต่อจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่ง จากรุ่นหนึ่งสื่อรุ่นหนึ่ง ซึ่งการบอกเล่าที่เป็นที่นิยมที่สุดในสมัยนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นการเขียนเป็นหนังสือ


เดวฟ์เชื่อว่าเขาเองก็เป็นหนึ่งในนักผจญภัยที่กำลังแสวงหาโลกใหม่ ซึ่งไม่ใช่เป็นโลกที่ไม่สามารถระบุได้ด้วยจานดาวเทียม เป็นโลกที่ไม่สามารถนั่งเรือผ่านพายุผ่านแดดลมฝนเพื่อไปถึงจุดหมายได้ แต่มันกลับเป็นที่ผู้คนมากมายทุกยุคทุกสมัยต่างจินตนาการถึง นั้นคือโลกในอุดมคติ


ก่อนออกเดินทางนักเดินทางทุกคนต่างมีจุดมุ่งหมายในการเดินทางที่แตกต่างกัน บางคนเดินทางเพื่อเงินทอง บางคนเดินทางเพื่อเชื่อเสียง บางคนเดินทางเพราะหน้าที่ บางคนเดินทางเพื่อคนหาโลกใบใหม่ บางคนเดินทางเพื่อขยายดินแดน พวกเขาต่างสร้างดินแดนแห่งจินตนาการขึ้นในหัวของพวกเขา แม้คนเหล่านี้ต้องร่วมเดินทางในเรือลำเดียวกัน เสี่ยงชีวิตร่วมกัน โดยที่ไม่รู้ว่าดินแดนที่พวกเขาไปถึงจะเป็นดินแดนที่สามารถทำให้ความฝันของพวกเขาเป็นจริงหรือไม่ หรืออาจจะเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความเหยือกเย็นที่มีแต่น้ำแข็งปกคลุม


ในยุคสมัยที่ผู้คนยังไม่เข้าใจถึงความแตกต่างทางเชื้อชาติหรือวัฒนธรรม ในยุคสมัยที่ผู้คนเชื่อว่าตัวเองเป็นคนกลุ่มเดียวที่อาศัยอยู่บนโลก การเดินทางออกทะเลไปและค้นพบกับดินแดนแห่งใหม่ที่ธรรมชาติแปลกประหลาด ผู้คนหน้าตาและสีผิวแตกต่างออกไป การแต่งกาย บ้านเรือน อาหารแตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะภาษาที่ไม่สามารถสื่อสารกันได้เลย


พวกเขาต่างมองอีกฝ่ายเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าอัศจรรย์ เป็นความสำเร็จในการค้นพบดินแดนแห่งใหม่ โลกที่ยังมีผู้อยู่อาศัยได้ แม้จะมีความแตกต่างกันมากเหลือเกิน แต่ไม่ใช่ว่าทุกการเดินทางคุณจะได้เป็นคนแรกที่ค้นพบดินแดนลี้ลับนั้น เมื่อคุณเดินทางคุณอาจจะเจอคนที่ออกเดินทางมาก่อนคุณแล้ว คุณอาจจะเสียทรัพยากรทั้งหมดที่คุณมีในการออกผจญภัยเพียงแค่เพื่อค้นพบว่าดินแดนแห่งนี้ไม่มีที่สำหรับคุณ


ความหมายของการเดินทางในยุคต่างๆนั้นแม้จะเปลี่ยนไปตามการเวลา แต่ว่ากันว่าการเดินทางนั้นจะทำให้คุณค้นพบตัวตนของคุณเองมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นการเรียนรู้จากการเดินทางของคนอื่นก็ตาม


"To travel far, there is no better ship than a book" เอมิลี่ ดิกคินสันได้กล่าวไว้ เป็นประโยคที่เดวฟ์ค่อนข้างเข้าใจเป็นอย่างดี แม้เขาจะมีโอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนต่างๆมากมาย แต่นั้นกลับเสียทั้งเวลาทั้งทรัพยากรมากมาย หากเขาสามารถเดินทางไปยังดินแดนต่างๆจากโดยไม่ต้องออกเดินทางจริง แค่นี้เขาก็สามารถรับรู้ความรู้สึก ประสบการณ์ ที่ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือได้แล้ว


เขาเชื่อว่าการอ่านจะเป็นการสั่งสมประสบการณ์การเดินทางชั้นเยี่ยม หากเขาต้องออกเดินทางเองจริงและนี่ในการผจญภัยสู่โลก Data Science ของเด็กหนุ่มคนนี้ก็คงเป็นแค่การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการออกผจญภัยที่แท้จริง


เดวฟ์ยังคงต้องฝึกฝนทักษะการเอาตัวรอดต่างๆ เพื่อเดินทางหลีกหนีจากดินแดนในอดีตที่กำลังถูกเวลากลืนกินไปอย่างช้าๆ และสักวันหนึ่งที่เขาพร้อมที่จะนำเรือของเขาออกจากชายฝั่งที่กำลังผุผัง เขาคงสามารถเผชิญอุปสรรคต่างๆได้อย่างมั่นใจ และค้นพบโลกในจินตนาการที่เขาเฝ้าฝันถึง

ดู 5 ครั้ง0 ความคิดเห็น