• Devver

5th Day: เรียน Data Science ต้องขายอะไร ต้องขายด้วยหรอ (5/365)


Daniel Pink in Master Class
Daniel Pink in Master Class

เดวฟ์ตื่นขึ้นในวันศุกร์ที่เป็นเหมือนวันพักผ่อนแห่งชาติ ทุกคนเฝ้ารอคอยที่จะได้ใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ในการพักผ่อนหย่อยใจ แต่ไม่ใช่สำหรับเดวฟ์หรือนักเรียนภาคพิเศษหลายๆคน วันศุกร์เป็นเหมือนวันที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเรียนอันหนักหน่วง เตรียมส่งการบ้าน หรือเตรียมตัวพรีเซ้นต์โปรเจค หรือแม้กระทั้งเตรียมตัวสอบ วันนี้เดวฟ์จึงเลือกฝึกสกิลที่ผ่อนคลายขึ้นมาหน่อย


การพบกันของเดวฟ์กับออร่าส่งผลความคิดของเขาอยากมาก ในการทำธุรกิจนั้นสกิลที่สำคัญในการขาย ในการโน้มน้าวเป็นหลัก แม้ว่าออร่าจะไม่ได้มีความรู้ลึกในการจัดการข้อมูล หรือวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน เธอสามารถสร้างธุรกิจด้วยตัวคนเดียวมาเกือบ 10 ปีได้เพราะเธอมีจิตวิญญาณของนักขายอยู่ เมื่อเดวฟ์มองมาที่ตนเอง และถามคำถามที่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนในการฝึกทักษะของเขา


"Data Scientist ต้องขายอะไร ต้องขายด้วยไหม"


เดวฟ์ได้เปิด Masterclass.com เว็บไซต์ที่รวบรวมเล่าผู้เชี่ยวชาญชื่อดังแต่ละสาขาไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักเขียน นักร้อง นักดนตรี นักเต้น นักกีฬา พ่อครัว แม้กระทั่งนักสเกตมืออาชีพ เพื่อมาสอนวิชาที่พวกเขาเชี่ยวชาญ และวันนี้เดวฟ์ได้เลือกเรียนทักษะ Sales and Persuasion จากนักขายและนักเขียนชื่อดังอย่าง Daniel Pink เจ้าของตำราอย่าง When และ Drive ที่เป็นหนังสือขายดีอันดับหนึ่งจาก New York Time ประโยคที่ทำให้เดวฟ์สะดุดใจมากที่สุดและเขาจดลงบันทึกในความทรงจำของเขาไว้ว้า "ไม่ว่าอาชีพไหนก็ตามคุณจะใช้เวลา 24 เปอร์เซ็นต์ของการทำงานในการขาย ไม่ว่าจะเป็นการขายของ ขายโปรเจ็ค ขายไอเดีย หรือแม้กระทั่งขายตัวเอง"


มันทำให้เดวฟ์เลือกที่จะสนใจฟังต่อ เพราะเดวฟ์เป็นคนที่บอกกับตนเองเสมอมาว่าเขาจะไม่เป็นนักขายแน่นอน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ในแต่ประโยคของแดเนียลทำให้เขาตระหนักในมุมมองของตัวเองอย่างมากและเริ่มเห็นผ้องกับสิ่งที่แดเนียลได้อธิบายเขา พร้อมกับลบล้างความเชื่อของเขาที่ว่าการขายต้องเป็นการยัดเยียดและการตื้อให้ถึงที่สุด "ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ พูดได้แทงใจจริงๆ"


"มันน่าทึ่งจริงๆ" เดวฟ์ฟังอย่างตั้งใจและจดบันทึกสิ่งที่เขาคิดว่าสำคัญที่สุด เมื่อมองลงไปในสมุดบันทึกทักษะของเดวฟ์ "การขายในปัจจุบันต่างจากเมื่อก่อนอย่างมาก เมื่อก่อนคนขายจะมีข้อมูลมากที่สุด แต่สมัยนี้คนซื้อต่างหากที่มีข้อมูลมากที่สุด" มันช่างเป็นประโยคที่สามารถเห็นได้ในชีวิตประจำวันแต่กลับมีพลังอย่างมาก และสะท้อนโลกแห่งข้อมูลได้อย่างดี มันทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าทำไม เดวฟ์ถึงเลือกที่จะเดินทางสู่โลกของ Data Science

เดวฟ์รู้สึกถึงความหมายในการเดินทางของเขาที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น ในอดีตนั้นผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความสำเร็จในสาขาต่างๆคือคนที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากที่สุด แต่ในปัจจุบันในโลกที่ใครๆก็สามารถเขาถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น คนที่สามารถ curate (ผมไม่สามารถหาความหมายที่ตรงตัวในภาษาไทยได้) ถ้าในไทยอธิบาย Curator ไว้ว่าคือคนจัดการพิพิธภัณฑ์ ในบริบทนี้กลับหมายถึงคนที่สามารถจับสัญญาณสำคัญจากข้อมูลอันมหาศาลได้ หรือคนที่สามารถค้นหาปัญหาได้ (Problem Finder)


เมื่อก่อนนักแก้ปัญหา (Problem Solver) อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการขายหรือการโน้มน้าวผู้คน แต่ในโลกที่ใครก็เสพข้อมูลจนล้น ผู้ที่สามารถระบุปัญหาได้กลับเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ในการขายหรือโน้มน้าวปัจจุบัน จึงเป็นการเข้าใจถึงผู้ซื้อว่าเขามีอะไรในหัวบ้าง และจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นในหัวของผู้ซื้อเพื่อช่วยให้พวกเขาได้ค้นหาสิ่งที่พวกเขาต้องการเจอ นักขายจึงเหมือนเป็น information curator ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล


"มันก็เหมือนกับ Data Scientist ที่สุดท้ายต้องสร้างสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด" เดวฟ์ได้มุมมองของนักขายมาเชื่อมโยงกับสิ่งที่เขาตั้งใจจะเป็น "ถ้าสุดท้ายโมเดลที่เราสร้างแม้จะซับซ้อนด้วยเทคนิคหรือล้ำสมัยเพียงแค่ไหน แต่ถ้าไม่สามารถช่วยให้เห็นธุรกิจเห็นปัญหาได้ ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจได้เลย เหมือนนั้นการมี Data Scientist คงไม่มีความหมาย"


"เมื่อสิ่งที่เราสร้างไม่ทำให้ผู้ซื้อมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือโลกที่เราอยู่ดีขึ้นคงหมดความมาย" เดวฟ์ได้บทเรียนสำคัญอย่างมากกับการได้พบแดเนียล และได้เรียนรู้ทักษะ ความคิดความอ่าน รวมถึงมุมมองของแดเนียล สิ่งที่แดเนียลแนะนำทุกครั้งในการประชุมเพื่อสร้างสรรค์อะไรก็ตามคือ "จงมีเก้าอี้ว่าไว้และให้นึกว่าลูกค้านั่งอยู่ในที่ประชุมเสมอ"


"จงทำให้ผู้ที่เราต้องการโน้นน้าวตัดสินใจง่ายที่สุด" เดวฟ์จดใจความสำคัญลงสมุดพร้อมเน้นประโยคสำคัญด้วยการเขียนตัวใหญ่ให้สะดุดตาว่า "Not sell but serve"


จากนี้ต่อไปการเป็น Data Scientist ของเดวฟ์คงไม่ใช่การเป็นนักเขียนโค้ดที่ดีที่สุด คงไม่ใช่เป็นนักคำนวณที่ปราญเปรืองที่สุด เขายังให้ความสำคัญกับทักษะ 2 อย่างนี้ แต่สิ่งที่เขาจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆเลยคือ สิ่งที่เขากำลังจะทำมันส่งผลอย่างไรต่อชีวิตผู้อื่น มันส่งผลอย่างไรต่อธุรกิจ หรือมันส่งผลอย่างไรต่อโลกใบนี้

ดู 22 ครั้ง0 ความคิดเห็น