Awakening in the dark Night (ราตรีแห่งสายธารความนึกคิด)



ฉันรู้สึกได้ว่ามันกำลังเริ่มขึ้นแล้วอีกครั้ง เพียงแค่ฉันล้มตัวลงในห้องที่มืดมิดในค่ำคืนที่เงียบงันเพราะสิ่งมีชีวิตต่างหลับใหลและฉันก็เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ต้องทำเช่นนั้นในยามราตรีเช่นนี้ หากเป็นเมื่อก่อนฉันคงคุ้นชินกับสิ่งที่กำลังเคลือบคลานเข้ามาในยามนี้ ฉันจำไม่ได้ว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไร เท่าที่ฉันจำได้คือมันอยู่กับฉันมาตลอดและฉันไม่เคยคิดที่จะหยุดมัน หรือว่าฉันเคยพยายามหยุดมันมาตลอดจนเลิกล้มความตั้งใจไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้เช่นกัน บางครั้งฉันก็กลัวมันจนเลิกกลัว ทุกค่ำคืน คืนแล้วคืนเล่า ฉันต้องโอบกอดกันมันไว้จนกว่าความมืดมิดจะกลืนกินฉันไปทั้งร่างกาย


แต่เมื่อฉันไม่สามารถเหนี่ยวรั้งมันให้จมไปกับความมืดมิดของราตรีได้อีกต่อไป แม่ดวงตาของฉันเหนื่อยล้าเกินที่จะลืมตาสู้กับนานาแสงเทียม ฉันพร้อมที่จะเดินทางเข้าสู่ราตรีอันสงบสุขเต็มทน มันกลับตื่นขึ้นในเวลาเช่นนี้ ฉันรู้สึกถึงแรงที่มันพยายามบีบคั้นฉันอย่างเชื่องช้าแต่ก็นั้นแหละฉันไม่สามารถหยุดมันได้อีกต่อไป ในขณะที่ฉันต้องการความสงบนิ่งใจของฉันกลับเต็มแรงขึ้นและแรงขึ้นในขณะที่ฉันรู้สึกถึงแรงบีบคั้นภายในหัวของฉันมากขึ้น ฉันพยายามหายใจเข้าอย่างช้าๆ "หนึ่ง สอง สาม"

แต่ใจฉันเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ ขึ้นเรื่อยๆ ฉันหายใจออก "หนึ่ง สอง สาม"


แต่ใจฉันเต้นแรงขึ้นอีก แรงอีกดั่งธาตุไฟอันร้อนแรง ฉันนึกถึงหน้าเจสซี่


ฉันนึกถึงตอนที่ฉันกำลังเต้นหน้าห้องแนะแนว ฉันนึกถึงอาจารย์ที่ชอบถือร่ม ฉันนึกถึงตัวเองกำลังถือร่มดำคู่ใจเดินไปในระเบียงคณะ ฉันนึกถึงเสื้อสเวตเตอร์โอเวอร์ไซส์ตัวบางที่มีรอยขาดที่ฉันใส่ประจำ ฉันนึกถึงความสดใสร่าเริงของฉัน ฉันนึกถึงความมั่นใจของฉัน ฉันนึกถึงฉันตอนกำลังเต้นต่อหน้าผู้คนมากมายในสนามตระกร้อ ฉันนึกถึงถ้าฉันเต้นแบบนี้ในตอนนั้นฉันคงเต้นออกมาดูดีกว่านี้ ฉันนึกถึงจุดเริ่มต้นของความโศกเศร้า ฉันนึกถึงเตียงที่ขยับออกไป ฉันนึกถึงกองตุ๊กตาบนเตียง ฉันนึกถึงฉันตอนนอนบนพื้น ฉันนึกถึงตอนที่ฉันนั่งที่บันไดหนีไฟ "หนึ่ง สอง สาม"


ฉันตัดสินใจลืมตาตื่นขึ้นในความมืดมิด หรือเพราะว่าฉันไม่ได้กินยานอนหลับ หรือเป็นเพราะว่าฉันกินยาแก้สมาธิสั้นไม่ตรงเวลา หรือเพราะฉันไม่ได้กินยาซึมเศร้าที่หมดไปสองอาทิตย์ก่อน หรือเพราะว่าวันนี้ฉันไม่ได้ออกกำลังกายหนักพอ หรือเพราะว่าฉันยังทำงานที่ฉันต้องทำไม่เสร็จ หรือว่าฉันไม่ได้อ่านหนังสือ หรือเพราะว่าแอร์มันหนาวไป หรือเพราะว่าฉันไม่ได้อาบน้ำก่อนนอน ฉันพยายามหลับตาอีกครั้ง "หนึ่ง สอง สาม หนึ่ง สอง สาม"


ฉันรู้สึกตัวเล็กลงเล็กลง ฉันเหมือนกำลังคุยกำลังอะไรบางอย่างที่มันใหญ่กว่าตัวฉันมหาศาล แต่มันเป็นบทสนทนาที่ไม่มีบทพูดมันมีแต่ความรู้สึก ทุกครั้งที่สิ่งมหึมากำลังพูดกลับมา ฉันรู้สึกเหมือนโดนกดทับกลืนกิน ยิ่งฉันพยายามพูดบางอย่างกับมันฉันก็จะยิ่งรู้สึกตัวเล็กลงเรื่อยๆ และมันก็ตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ฉันไม่สามารถบอกได้ว่าฉันตัวเล็กแค่ไหนหรือมันตัวใหญ่แค่ไหนเพราะทุกอย่างมันมืดมิดยามหลับตา แต่ฉันรู้สึกได้ถึงความใหญ่จนบีบรัดไปทุกพื้นที่ ฉันไม่สามารถบอกได้ว่าเสียงฉันเบาแค่ไหนหรือเสียงมันดังแค่ไหนเพราะมันเป็นค่ำคืนที่เงียบสงัด แต่เสียงของมันทำให้ฉันขวัญผวาได้ มันเหมือนกับฝันร้ายในวัยเด็กของฉันแต่ทว่าตอนนี้มันไม่ใช่ความฝัน ฉันกำลังนึกถึงมันอยู่ "หนึ่ง"


ฉันหยิบมือถือขึ้นมาผ่านไปแล้วเป็นชั่วโมง ฉันเริ่มลังเลถ้าฉันนอนตอนนี้ฉันจะตื่นสายเกินไปหรือเปล่า หรือถ้าฉันนอนตอนนี้แล้วฝืนตื่นตอนเช้าฉันจะหมดแรงแล้วนอนกลางวันหรือเปล่า หรือว่าฉันต้องพยายามนอนต่อไปไม่ต้องคิดมาก แต่ถ้าฉันตื่นสายหรือเผลอนอนกลางวันจะทำให้พรุ่งนี้ฉันหลับยากหรือเปล่า แต่ถ้าฉันอดนอนไปฉันต้องฝืนไม่นอนตอนเช้าและบ่าย แล้วถ้าฉันฝืนตัวเองไม่ได้แล้วเผลอหลับตอนเช้าหรือตอนบ่ายไปขึ้นมาอีกล่ะ


ฉันเปิดเพลง Dream come true ที่เพื่อนฉันร้องไว้ให้ แล้วถ้าฉันมัวแต่ฟังจนไม่ได้นอนล่ะ


"พรุ่งนี้ฉันมีอะไรสำคัญต้องทำหรือเปล่านะ" ฉันถามตัวเองก่อนจะตัดสินใจ ถ้าโชคดีฉันคงไม่มีอะไรที่สำคัญต้องทำตอนเช้า ถ้ามีเรื่องสำคัญตอนเช้ามันจะเลื่อนไปทำตอนบ่ายได้ไหมนะ ฉันกลัวนอนแล้วตื่นไม่ทันเลยเกิน ฉันผิดนัดสำคัญหลายอย่างเพราะนอนไม่หลับแล้วตัดสินใจฝืนนอนให้หลับแต่กลับตื่นสายมาหลายต่อหลายครั้ง ฉันกลัวที่จะหลับในคืนก่อนสอบถ้าฉันหลับหลังเที่ยงคืน ฉันก็เลยไปสอบทั้งที่ยังไม่ได้นอน ทุกอย่างในหัวมันช้าไปหมดแต่เวลากลับเดินเร็วเหลือเกิน กลับตรงข้ามกลับตอนค่ำคืนเช่นนี้ที่เวลามันเดินไปช้าแต่ในหัวของฉันกลับมีความคิดมากมายเหลือเกิน


ฉันรู้สึกร้อนเหงื่อเริ่มไหลเพราะว่าฉันปิดแอร์เพราะว่าก่อนหน้านี้ฉันรู้สึกหนาว ถ้าฉันเปิดแอร์นอนแล้วฉันจะไม่สบายหรือเปล่าเพราะฉันมักจะเป็นไข้และจาม วันไหนก็ตามที่ฉันพักผ่อนน้อยและวันถัดไปก็จะนอนซมเพราะป่วย น้ำมูกไหลทั้งวัน จามทั้งวัน และห้องฉันจะรถไปด้วยทิชชู่ทันที ไม่ได้การได้งานเหมือนกันถ้าต้องป่วยขึ้นมา ฉันต้องพยายามนอนต่อ "หนึ่ง สอง สาม"


"จิ้บ จิ้บ จิ้บ ไอ้นกเวร" ฉันตัดสินใจที่จะไม่นอนแหละหวังว่าฉันจะสามารถฝืนไม่หลับกลางวันได้แม้ว่ามันจะเป็นความพยายามที่มักจะไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม และหวังว่าคืนวันต่อๆไปมันจะไม่เป็นเช่นนี้อีก มันต้องไม่เป็นวันที่ฉันสอบ วันที่ฉันมีเรียน วันที่ฉันมีนัดหมอ วันที่ฉันต้องรีบปั่นการบ้าน หรือวันไหนก็ตาม ฉันก็อยากใช้ชีวิตกลางวันแบบคนปกติเหมือนกัน


"หนึ่ง สอง สาม" สุดท้ายมันก็กลับมา

 

x2 = -(สายธารความนึกคิด)


ดู 7 ครั้ง0 ความคิดเห็น