สิ่งแสนสุขดันผูกพันความโศกเศร้า (ลาจากหรือเผชิญหน้า)

ฉันเคยมีกิจกรรมที่สร้างความสุขให้ฉันเสมอมา เพียงแค่นึกถึงมันก็ทำให้ฉันรับรู้ความอิ่มเอมใจ และฉันนั้นตั้งหน้าตั้งตารอเวลาที่กิจกรรมมาตลอดเวลาหลายปี เป็นความสุขที่ขาดไม่ได้เลยในชีวิตของฉัน แต่เมื่อสิ่งที่สร้างรอยยิ้มและปลดเปลื้องความทุกข์ทรมานของฉันได้ กลับกลายเป็นกิจกรรมที่เพียงแค่ฉันนึกถึงกลับรู้สึกหดหู่ อ้างว้าง และไร้ตัวตน เพียงแค่เพราะคำพูดของบางคน แค่นั้นเองนะหรอ ใช่! แค่นั้นเองนั้นแหละที่เปลี่ยนแปลงความคิดและจิตใจของฉัน

Devver
Room Alone Me

มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหนหรอ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นแห่งความโศกเศร้าทั้งหมดทั้งมวลของฉันมั้ง หลายครั้งที่ฉันมักจะเป็นคนขี้ลืม บางทีไม่กี่นาทีฉันก็ลืมแล้ว แต่บางเรื่องนั้นแม้ฉันจะลืมรายละเอียดทั้งหมด แต่ความรู้สึกนั้นมันยังคงอยู่เสมอมา ฉันมักจะเอาคำพูด คำแนะนำ คำติชม คำสัญญา ทั้งของคนรอบข้างและของตัวเองมาผูกพันธ์เชื่อโยงกับความรู้สึกนึกคิด ความเฟ้อเจ้อ และจินตนาการ แต่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นไม่เคยเชื่อมโยงหรือส่งผลกิจกรรมที่ทำให้ฉันมีความสุขได้เลย แล้วทำไมต้องเป็นตอนนี้ แล้วทำไมต้องเกิดขึ้นกับกิจกรรมที่คอยหล่อเลี้ยงจิตใจที่ไม่สมบูรณ์แบบให้กลับมาเป็นจิตใจดวงเดิม


ฉันรู้สึกตัวเองเห็นแก่ตัวเหมือนกันที่ทุกคนต้องคอยประคบประหงมและเก็บเศษเสี้ยวหัวใจที่แหลกสลายของฉันเพื่อต่อกลับมาให้เป็นฉันที่งดงามดังเดิม ฉันเองก็อยากที่จะทำมันได้ด้วยตัวคนเดียวไม่ได้อยากให้ต้องเดือดร้อนใคร เพราะฉันเข้าใจต่างคนก็ต่างมีชีวิตที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคขวากหนามนานานับไม่ถ้วนเช่นกัน ฉันก็คงเป็นแค่ 3.8 เปอร์เซ็นต์ของคนบนโลกนี้ที่ไม่สามารถสลัดความทรงจำ ความรู้สึกที่โศกเศร้าไปไม่ได้ทั้งหมด


และเมื่อความโศกเศร้ามากลืนกินความสุขที่สุดของฉัน ทำเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ ดั่งนวนิยายโศกนาฏกรรมต่างๆที่มนุษย์นั้นต้องเผชิญกับความขัดแย้งภายในจิตใจตนเอง ต่อสู้กับความขัดแย้งระหว่างผู้คนอันเป็นที่รัก ขัดแย้งกับความครอบงำทางสังคม จนนำไปสู่จุดจบแสนสลด มนุษย์เราจะเรียนรู้อะไรจากอดีตของเผ่านพันธ์ุตัวเองได้หรือเปล่านะ หรือเป็นสิ่งที่ลิขิตให้มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญกับความขัดแย้ง เมื่อหาคำตอบได้หนึ่งปัญหา คำตอบนั้นเองก็จะนำไปสู่ปัญหาใหม่เสมอ




"ทำไมฉันต้องรู้สึกเศร้าแบบนี้ด้วย"

"ทำไมฉันต้องแคร์อะไรมากมายด้วย"

"ทำไมฉันต้องไม่ปล่อยจากความคิดด้วย"

 

ฉันมักจะถามคำถามตัวเองเสมอแต่กลับไม่ได้คำตอบใด อย่างที่ฉันบอกไปคำตอบที่เราค้นหามักจะนำฉันไปสู่ปัญหาใหม่อยู่เสมอ ในใจลึกๆฉันก็รู้นะว่าต้องเผชิญหน้ากับปัญหาพวกนี้อย่างไร ถ้าหากฉันไม่มัวแต่ขบคิดเพื่อหาทางแก้ที่ดีที่สุด เพื่อที่มันจะจบอย่างสุขสันต์นิรันดร แต่ฉันเลือกที่จะวิ่งหนีความมืดมิดในจิตใจ แต่ทางที่ฉันกำลังวิ่งไปนั้นก็ไม่ได้เห็นแสดงสว่างเพียงแต่อย่างใด ฉันทำแค่วิ่ง หลบหลีก และซ่อนตัว เผื่อว่าบังเอิญจะเจอความสุขที่ตกหล่นอยู่ข้างทางให้มาหล่อเลี้ยงจิตใจบ้าง


ฉันอยากจะไปทำกิจกรรมนั้นที่ฉันรักเหลือเกิน มันอยู่เพียงแค่เบื้องหน้าฉันเองแต่ฉันดันมองเห็นความทุกข์ทมที่รอฉันเข้าร่วมกิจกรรมนั้นอยู่เช่นกัน ลังเลเหมือนกันนะ ฉันควรกำจัดความทุกข์ที่รอฉันอยู่ให้หมดไป หรือฉันควรร่วมวงดื่มด่ำความรู้สึกหวานปนขมที่อยู่ตรงหน้าของฉัน หรือว่าจะหันหลังแล้วทิ้งให้มันเป็นอดีต ที่จะคอยมาหลอกหลอนฉันยามที่มีบางอย่างมากระตุ้นให้ฉันนึกถึงมันไปอย่างนี้ตลอดชีวิต ไม่แน่อาจจะไม่ตลอดชีวิตก็ได้ถ้าฉันยังมีความหวังหลงเหลืออยู่บ้าง


และสิ่งที่ระทมใจจนหม่นไหม้จนเป็นควันมืดดำนั้นคือ คนที่จะทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้ได้มักจะเป็นคนใกล้ตัว คนที่ฉันอาจจะคาดหวังมากเกินไป คนที่ฉันคิดว่าฉันห่วงใยเขา คนที่ฉันคิดว่าฉันพึ่งพาได้ คนที่ฉันคิดว่าสร้างรอยยิ้มให้ฉันได้ แต่นั้นมันก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่ฉันนึกฝันในหัวของฉันว่า ใครคนไหนควรเป็นแบบไหน ฉันสร้างตัวตนของพวกเขาด้วยจินตนาการของฉันเองทั้งนั้น บางทีฉันอาจะไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับตัวตนจริงของคนรอบข้างฉันเลยสักนิด ฉันรู้สึกตัวเองเห็นแก่ตัวเหมือนกันนะ


gif

บางครั้งก็อยากจะโทษคนเหล่านั้น แต่บางครั้งฉันกลับรู้สึกว่าฉันคิดไปเองคนเดียวเท่านั้น คำพูดที่พวกเขาเอื้อนเอ่ยนั้น ฉันควรเอามาใส่ใจให้ความสำคัญมันแค่ไหนกันนะ ถ้าฉันไปเรียกร้องคีโพยตีพายมันจะทำร้ายให้พวกเขาลำบากใจมากขึ้นหรือเปล่า ถ้าฉันเก็บความทุกข์นั้นไว้คนเดียว ทำตัวเหมือนเป็นผู้เสียสละจากกิจกรรมที่ฉันรักที่สุด มันจะช่วยให้ฉันมีความสุขมากขึ้นจากการเสียสละหรือเปล่านะ


ฉันคงไม่กล้าที่จะไปทวงถามคำพูดเหล่านั้นแล้วทำให้พวกเขารู้สึกผิดที่ปล่อยปะละเลยหรอก ทำไมฉันต้องเดินไปพังทลายความสุขสงบของคนอื่นด้วยความโศกเศร้าของฉันด้วย ฉันเชื่อมาเสมอว่าการกระทำนั้นน่าเชื่อถือความคำพูด การไปคาดคั้นมันคงให้ทำให้ทั้งสองฝ่ายจบลงด้วยความอึดอัด สิ่งที่ฉันจินตการจากคำพูดเหล่านั้นไว้ มันคงไม่เป็นอย่างที่ฉันอยากให้มันเป็นแล้วล่ะ โดนความน้อยเนื้อต่ำใจเล่นงานเอาเสียแบบนี้ ฉันชอบเผลอคิดไปเองว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ เป็นคนพิเศษ จนทำร้ายตัวเองเมื่อคนไม่ได้ปฏิบัติกับฉันเยี่ยงอย่างที่ฉันคิดไว้ ฉันรู้สึกตัวเองเห็นแก่ตัวเหมือนกันจริงๆ


แล้วฉันคือใครกันล่ะ

แล้วฉันอยู่จุดในของสังคมกัน

แล้วฉันต้องหาความสุขใหม่จากไหนนะ


"ฉันแค่หวังว่ามีสักวันที่ได้พบกับแฮปปี้เอนดิ้งเช่นนั้น"

 

x3 = (ความสุขที่สุด-ความโศกเศร้าจากคำพูดของคนรอบข้าว)


ดู 17 ครั้ง0 ความคิดเห็น