• Canate Dew

เมื่อคนไม่รู้เลขและโค้ด ต้องก้าวสู่โลกของ Data Science

อัปเดตเมื่อ 24 ก.ย. 2564


ตอนนี้ BADS Nida แยกมาเป็น 2 หลักสูตรแล้วใครอยากรู้ว่าคุณเหมาะกับ DADS Nida หรือ MADT Nida ลองอ่านบทความของผมนี้นะครับ MADT หรือ DADS ที่นิด้าเลือกอะไรดี (ก็มันแยกจาก BADS แล้วสับสนแหละ) จะได้เข้าใจว่าแต่ละหลักสูตรมันคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร

-When you break your own rule to pursue your goal -

ถ้าคุณต้องเปลี่ยนกฏเกณฑ์บางอย่างในชีวิตเพื่อทำให้เป้าหมายในชีวิตสำเร็จตามที่คิดไว้ คุณจะยอมเปลี่ยนคำตั้งมั่นของคุณไหม ในกรณีของผมนั้นเริ่มต้นเมื่อย้อนไปสมัยเลือกคณะเรียนปริญญาตรี ตั้งมั่นไว้ว่าชาตินี้จะไม่เรียนคณะที่มีเลขกับวิทย์ แต่ใครจะไปรู้ว่า 10 ปีผ่านไปเลขเป็นสิ่งที่เราต้องเจอเพื่อเดินทางไปยังเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ถ้าไม่เลือกที่จะเรียนก็ต้องทิ้งเป้าหมายของตัวเอง และนี่คือจุดเริ่มต้นเรื่องราวของผม จากนักเรียนวรรณคดีอังกฤษและนักเรียนการตลาด สู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลโดยเข้าเรียนที่ BADS NIDA

- What is BADS NIDA (DADS NIDA) ? -

BADS NIDA คือหนึ่งในคณะสถิติประยุกต์ เป็นสาขาวิชาการวิเคราะห์ธุรกิจและวิทยาการข้อมูล (หรือชื่อภาษาอังกฤษ Business Analytics and Data Science: BADS) เป็นสาขาที่ประกอบไปด้วย 5 เอก ณ ตอนนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์ของคณะสถิติประยุกต์ (ตอนนี้แบ่งเป็นหลักสูตร DADS และ MADT แล้วนะครับ)

หลายคนที่จะเรียนต่อปริญญาโทต้องรู้จักนิด้าอยู่แล้ว โดยส่วนตัวแล้วผมรู้จักนิด้าจากรุ่นพี่และเพื่อนมหาลัยและเพื่อนที่ทำงาน ที่เลือกเรียนต่อในด้านธุรกิจที่นิด้า แต่เมื่อพูดถึงสาขาด้าน data science แล้วก็เป็นมหาลัยแรกที่ผมรู้จักว่าเปิดสอนคณะนี้ ซึ่งถือว่า BADS (DADS) ก็เป็นสาขาใหม่ของคณะสถิติประยุกต์เมื่อดูจากรุ่น ณ ตอนนี้แล้วอย่างเอกวิทยาการข้อมูล (Data Science) พึ่งมีมาห้ารุ่นเอง

- Show Your Passion Your Determination -

จากจำนวนผู้สมัครของ BADS นั้นถือว่าไม่น้อยเลยที่เดียวคนมีสิทธิสัมภาษณ์ที่ผ่านมากว่า 200 คนไม่คิดมาก่อนว่าจะมีคนหลายคนให้ความสนใจด้านนี้มาก และนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้คนที่ไม่เคยรู้เรื่องเลขหรือโค้ดมาก่อนเริ่มกังวลว่าจะได้เรียนที่นี่ไหมเนี่ย พื้นฐานไม่มีอะไรมาก่อนเลยเรียนมาแต่ด้านภาษากับการตลาด ถ้าเลขเกินบวกลบคูณหารก็สมองไปหมดแล้ว หรือเขียนโค้ดแค่ Hello World ยังทำไม่เป็นเลย

การเตรียมตัวสู่การสัมภาษณ์

สิ่งที่เราต้องมีคือ ความมุ่งมั่น และ ความเชื่อมั่น อย่างแรกที่ทุกคนที่ไม่มีพื้นฐานด้านเลขหรือโค้ดเลยคือความเชื่อมั่นในตัวเองว่าจะทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนได้สำเร็จ มันอาจจะยากมากในการทำสิ่งที่ไม่ชอบมาก่อน แต่ถ้าสิ่งๆนั้นมันคือทางผ่านของเป้าหมายก็ต้องมุ่งไปให้ถึงให้ได้

และความเชื่อมั่นอย่างเดียวนั้นไม่พอ ต้องมีความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะสิ่งที่เราคิดว่ามันยากเกินไปก็สำคัญเช่นกัน แค่คิดว่าตัวเองทำได้แต่ไม่ลงมือทำมันก็ไม่ได้เดินก้าวต่อไปสิ่งที่ทำให้ขัดเจนคือทุกก้าวที่เรากำลังเข้าสู่โลกของเลขและโค้ดคือพื้นฐานที่จะช่วยให้เรานำข้อมูลต่างๆที่มีอยู่รอบตัวมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้สำเร็จ ผมบอกกับตัวเองว่าถ้าขาของเรายังไม่แข็งแรงจะทำให้เราวิ่งได้อย่างไร ผมคิดว่าสิ่งนี้แหละทำให้ผมก้าวสู่โลกของตัวเลขและตัวโค้ดได้ ต้องลองถามตัวเองว่า เป้าหมายของเราคืออะไร และสิ่งนี้มันจะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายได้อย่างไร และที่สำคัญเราพร้อมจะทุ่มเทแค่ไหนเพื่อเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ซึ่งผมคิดว่าการก้าวสู่ BADS NIDA นี้จะทำให้เห็นภาพหลายอย่างในชีวิตได้ชัดเจนมากขึ้น แม้ว่าจะมีความกลัวในสิ่งที่เราหนีมาตลอดแต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะเอาชนะมัน

- My Thought at Interview -

บรรยากาศโดยรอบตั้งแต่เข้ามาในตัวอาคารนั้น เจ้าหน้าที่ต้อนรับทุกคนเป็นมิตร ยิ้มแย้ม แจ่มใสให้ความช่วยเหลือผู้เข้าสัมภาษณ์อย่างเต็มที่ พร้อมแนะนำสิ่งต่างๆด้วยความกระตือรือร้นและเต็มใจ แต่นั้นไม่ช่วยให้บรรยากาศในจิตใจของผม ผ่อนคลายกับการสัมภาษณ์นี้ได้เลย มองไปผู้เข้าสัมภาษณ์คนอื่นๆในห้องนั่งรอสัมภาษณ์คือความนิ่งเงียบ แม้มีรายการชิงร้อยชิงล้านที่ฉายอยู่บนจอใหญ่ที่ทุกคนต่างมองดูจอนั้น แต่นั้นก็ไม่ได้ทำการบรรยากาศในห้องมีความสนุกขึ้นมา ใจในตอนนั้นบอกแค่เพียงต้องทำให้ได้ ต้องเชื่อมั่นในตัวเอง พยายามไม่ตื่นเต้นแค่นั้น

เมื่อโดนเรียกสัมภาษณ์กับอาจารย์ทั้ง 3 คนในห้องก็ตกใจมากขึ้นเพราะไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสัมภาษณ์แบบ 3 ต่อ 1 มาก่อน ซึ่งผมเป็นคนที่ตื่นเต้นตลอดทุกช่วงการสัมภาษณ์ สิ่งที่เตรียมมาว่าจะตอบคำถามอย่างไรให้ดีที่สุดกลายเป็นคำตอบที่คิด ณ ตอนนี้จริงๆ ผมพยายามให้อาจารย์ทั้ง 3 ท่านเห็นคือผมรู้เป้าหมายของผม และผมรู้วิธีที่จะเดินไปหาเป้าหมาย และผมเลือกที่นี่ที่จะช่วยให้ผมเดินไปถึง เมื่อหลังจากนั้น 1 เดือนผลออกมาปรากฏว่าติดสาขาที่เลือกไว้อันดับแรกคือ Data Science มีผู้ร่วมชะตาในรายชื่ออีก 35 ชีวิต ทีนี้ก็ต้องเข้าสู่ BADS NIDA อย่างที่ใจหวังแล้ว


- SOMEONE WHO SHARE YOUR PASSION-

เมื่อวันแรกมาถึงการต้อนรับของที่นี่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความเป็นมิตร ความช่วยเหลือต่างๆที่เจ้าหน้าที่ยังคงทำให้เรารู้สึกถึงความเป็นกันเอง ซึ่งครั้งนี้เราสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนเพราะบรรยากาศไม่ใช่การสัมภาษณ์แล้ว เป็นบรรยากาศของการเริ่มต้นสิ่งใหม่ที่แท้จริง เมื่อก้าวไปในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยนักศึกษาหน้าใหม่ เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ที่พร้อมลองรับกับจำนวนนักศึกษา 100 กว่าชีวิต ผมมองไปรอบๆแล้วนึกในใจว่านี่นะหรอคนที่มีจุดมุ่งหมายเดียว นี่นะหรอคนที่มีแพชชั่นเหมือนกัน นี่นะหรอที่จะเป็นเพื่อนกันและอยู่ด้วยกันอีกสองปี คนแปลกหน้าพวกนี้ใช่ไหมที่จะต้องอยู่ทำโปรเจคด้วยกันดึก อยุ่ติวหนังสือกันหนังสือกันแบบเข้มข้น แค่นึกแบบนี้ก็ยิ่งตื่นเต้นที่จะได้รู้จักกลุ่มคนเหล่านี้ พวกเขาเป็นใคร มาจากไหน ต้องการอะไร การได้เข้ามา BADS NIDA มันคือการเปิดสังคมของ Data science ที่แท้จริง ได้เจออาจารย์ที่มากประสบการณ์ เพื่อนจากสายงานที่ต่างกันแตกมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นี่เป็นความรู้สึกที่ BADS มอบให้ผมในวันที่ก้าวเข้าไปในห้องประชุมนั้น เป็นความรู้สึกที่หาไม่ได้จากการเรียนออนไลน์จาก Udemy, Datacamp หรือแม้กระทั่ง MOOC ต่างๆที่ผมเคยลงเรียนไว้เบื้องต้นการเรียนด้วยตัวคนเดียวนั้นมันยากในการผลักดันตัวเอง ใช้พลังใจในการเรียนเยอะมากเหลือเกิน แต่เมื่อเข้ามาสู่ที่ BADS แล้วอย่างน้อยยังเห็นผู้ร่วมชะตากรรมที่ต้องผ่านไปด้วยกันให้ได้ ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นต่างๆ เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกันในหลายแง่มุม ที่เหลือก็ต้องลุ้นกันไปว่าสิ่งที่จะเจอจริงต่อจากนี้ไปจะเป็นอยากที่คิดไว้หรือเปล่า มันเป็นความตื่นเต้นที่หาในออนไลน์ไม่ได้จริงๆ

หลังจากปฐมนิเทศเสร็จในช่วงเช้าบรรยากาศแบบอบอุ่น อาจารย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนต่างแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนที่จะพร้อมให้นักศึกษาทุกคนได้ความรู้อย่างเต็มที่ ช่วงบ่ายก็เป็นกิจกรรมที่จะทำให้เรารู้จักคนแปลกหน้ารอบข้างได้มากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีที่จะให้คนแปลกหน้าเหล่านี้กลายเป็นคนรู้จักกันในวันแรก 100 กว่าชีวิตที่ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นบรรยากาศที่สนุกมาก ทุกคนพร้อมที่จะเปิดใจและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ผู้คนหลากหลายวันตั้งแต่เด็กจบใหม่จนถึงผู้มากด้วยประสบการณ์ จากหลากหลายอาชีพ หลากหลายตำแหน่งที่ต่างสนุกสนานกันโดยไร้กำแพงใดๆ มีเพียงแค่เสากลางห้องที่ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับความสนุกเหล่านี้เลย เป้าหมายของผมในการทำกิจรรมนี้คือพยายามหาเพื่อนร่วมเอก Data science ให้ได้มากที่สุด แต่ว่าในวันนั้นเจอคนจากหลากหลายสาขามากไม่ใช่แค่ BADS ทั้ง 5 เอกเท่านั้นยังได้เจอเพื่อนร่วมคณะ AS อีกมากมาย แม้ว่าในวันนี้จะได้รู้จักเพื่อนในเอกเดียวกันแค่ 2–3 คนแต่นั้นก็ทำให้เราได้เริ่มต้นมิตรภาพใหม่กับเพื่อนต่างสาขาเช่นกัน

ความรู้สึกทั้งตื่นเต้น ทั้งกังวล ทั้งสนุกสนาน กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันเปิดเทอมเดือนมกราคมที่จะถึง ไม่ว่าโลกจะทันสมัยแค่ไหน สามารถอำนวยความสะดวกด้วยเทคโนโนโลยีอย่างไร ความรู้ต่างที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้มันก็คงเป็นสิ่งที่หาไม่ได้จาก AI หรือหุ่นยนต์สุดท้ายคนเราก็ยังคงต้องการความรู้สึกบางอย่างจากคนรอบข้าง จากสังคมสินะ

ถ้าใครพึ่งเริ่มใหม่และมีความไม่ถนัดเลขและคอมแบบผม แต่อยากเรียน Data Science ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร มันยากไหมสามารถทักผมมาได้ที่ Facebook หรือ Linkedin เลยนะครับ หรือรอติดตามอัพเดตตอนตอนไปสำหรับการชีวิตการเป็นนักเรียน Data Science ได้ที่นี่นะครับ ตอนที่ 2 ระวังตัวไว้ก่อนเริ่มเรียน Data Science (ถ้าไม่อยากจะหัวใจวายตอนเรียน)


ดู 670 ครั้ง0 ความคิดเห็น