• Canate Dew

Pre-Review เรียนเทอมที่ 4 Data Science Nida (Dashboard วุ่นลุ้นเวลา)

จากการผ่านมา 3.5 เทอมอันแสนสาหัส ผมก็ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนไปเรียน แผน ก. คือการทำธีสิส จึงทำให้ผมไม่จำเป็นต้องลงวิชาเลือกอะไรแล้ว ทำธีสิสอย่างเดียวก็ได้ แต่ด้วยความที่เราอยากเรียนวิชา ปัญญาและการวิเคราะห์การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM Intelligence and analytics ไม่แน่ใจเรื่องชื่อภาษาอังกฤษ) แต่เนื้อหาหลักหลังจากเรียนมาเกือบครึ่งทางได้ (6-7 ครั้ง) ก็จะเป็นการเปิดมุมมองให้นักพัฒนาสินค้าหรือบริการทั้งหลาย ได้เข้าใจมุมมองของผู้บริโภคอย่างเจาะลึกทุกกระบวนการขั้นตอนของการตัดสินใจ เรียกได้ว่าเนื้อหาอัดแน่นเข้มข้นทางด้านการตลาด แม้กระทั่งตัวผมที่จบโทด้านการตลาดมายังได้ความรู้และมุมมองใหม่จากวิชานี้เช่นกัน



สิ่งที่ผมประทับใจจากการเรียนคลาสนี้อย่างแรกเลยคือตัวอาจารย์ ดร.ธนชาตย์ ฤทธิ์บำรุง Thanachart Ritbumroong หรืออาจารย์เชคที่ผมเคยเรียนด้วยวิชาเดียว เมื่อตอนวิชา Intro to BADS (ย้อนกลับไปอ่านรีวิวเทอมที่ 1) ที่มีการคาบเกี่ยวระหว่างการเรียนออฟไลน์และออนไลน์พอดี ซึ่งตอนนั้นการออกแบบคลาสออนไลน์ของอาจารย์นับว่าเป็นคลาสที่น่าสนใจมากปรับเปลี่ยนการสอนได้เป็นอย่างดี


และพอผมได้กลับมาเรียนคลาสออนไลน์ในวิชาปัญญาและการวิเคราะห์การจัดการลูกค้าสัมพันธ์นั้นเป็นประสบการณ์เรียนที่สนุกสนานพร้อมกับได้ความรู้อัดแน่นไปพร้อมๆกัน อย่างที่บอกไปเรียกได้ว่ายัดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจลูกค้าตั้งแต่พวกเขายังไม่ได้เป็นลูกค้าเลยด้วยซ้ำ มีการสอนทฤษฎีเกี่ยวกับการตลาดหลากหลายโมเดลเพื่อให้นักศึกษาได้เข้าใจการคิดในมุมมองของผู้บริโภค (Customer-Centric) พร้อมทั้งยังแนะนำการวัดผล วิเคราะห์ในขั้นตอนต่างๆของการเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) เรียกได้ว่าการตลาดนั้นเป็นศาสตร์ที่ใช้ทั้งศิลป์และวิทย์ และอาจารย์เชคนั้นออกแบบการสอนได้มาอย่างดีเลยทีเดียว ผมชื่นชมในฐานะที่จบการตลาดมาและชื่นชมในฐานะนักเรียนสาขา Data Science (DADS) ที่ต้องการเรียนรู้ด้านวิเคราะห์เพิ่มเติมจากเดิมที่จะเน้นการทำการตลาดแบบจินตนาการเป็นหลัก ถือว่าเป็น Recommended Class ของคณะสถิติประยุกต์สำหรับผมเลยครับ


ทำไมถึงรีบรีวิวทั้งที่ยังไม่จบเทอม


ก็เพราะมันต้องรีวิวให้เร็วที่สุดก่อนที่จะลืมความรู้สึกในการเรียนวิชานี้ไงล่ะครับ อย่างที่ผมบอกไปว่าผมไม่จำเป็นต้องลงวิชาอะไรก็ได้แล้ว แต่ได้เสียงลือเสียงเล่าอ้างมาจากหลากหลายคน เขาว่ากันมาบอกต่อกันมาว่าวิชานี้ควรเรียนอย่างมาก บวกกับชอบการสอนของอาจารย์อยู่แล้วตั้งแต่วิชาแรกและเนื้อหาดูไม่หนักมากเกินไป เพราะผมมีพื้นฐานด้านการตลาดมาค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว จึงเลยมาลงเรียนเพื่อหามุมมองในด้านการวิเคราะห์การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management) ที่ทุกคนรวมถึงผมด้วยเข้าใจว่าจะได้เรียนรู้เรื่องการจัดการกับข้อมูลของลูกค้าที่มีอยู่เพียงอย่างเดียว

gif

แต่ในวิชานี้ได้สอนถึงพื้นฐานการให้นักศึกษาได้เห็นภาพรวมของโลกการตลาดก่อน และสอนตั้งแต่การเข้าใจ Customer Behaviour ตั้งแต่ความคิดความอ่านแรงจูงใจของผู้บริโภค จนไปถึงสังคมรอบข้างทั้งใกล้ชิดและสังคมโดยภาพรวม วัฒนธรรรม จริยธรรมที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งสิ้น ถ้าสอนเยอะขนาดนี้แล้ว อาจารย์ไม่ควรตั้งชื่อวิชาเป็น ปัญญาและการวิเคราะห์การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ น่าจะตั้งชื่อวิชาเป็น Marketing Science All-in-one ไปเลยนะครับถึงจะครอบคลุมสิ่งที่สอนในวิชานี้


นี่ยังไม่นับการสอนถึงการสร้าง Value Proposition การแนะนำกลยุทธทางการตลาดต่างๆในการเพิ่มยอดขายทั้งโปรโมชั่นในรูปแบบต่างๆ การเลือกใช้โฆษณาช่องทางต่างๆ การขายแบบ Cross-selling/Upselling/Reselling จนไปถึงการคำนวณ Customer Lifetime Value (CLV) ในรูปแบบขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นแบบเชิงลึกการนำ Machine Learning เข้ามาเกี่ยวข้องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ยังไม่ถึงครึ่งเทอมเลยครับ ในฐานะสาย Marketing มาขอบคุณอาจารย์มากครับที่มีวิชานี้ให้ลงเรียน น่าเสียดายนะครับถ้าวิชานี้จะเปิดครั้งสุดท้าย (ตามแหล่งข่าวที่ผมได้ทราบมา) หรืออนาคตอาจารย์อาจจะเปลี่ยนชื่อเป็น Marketing Science All-in-one จริงๆก็ได้ใครจะไปรู้เนอะ 555


Dashboard วุ่นลุ้นเวลา ทำทันที

ที่กล่าวมาอาจจะฟังเหมือนอาจารย์ยัดเนื้อหาให้นักศึกษาจนรับไม่ไหว หรืออาจารย์นั่งพูดอธิบายทฤษฎีเพียงอย่างเดียวนะครับ ในคลาสนี้อาจารย์ยังได้ออกแบบการเรียนการสอนเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับการเรียนตลอดเวลาโดยที่ไม่รู้สึกกดดันจากกิจกรรมต่างๆ เป็นการถกประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้มู้ดแอนด์โทนในการเม้ามอย เจื้อยแจ้วเจรจา เริงร่า กับอาจารย์เชค (ใครอ่านท่อนนี้แล้วใส่ทำนองได้ รู้อายุเลยนะครับคุณโตมากับรายการอะไร ส่วนเด็กยุคใหม่ลองไปค้นดูละกันครับ)



แต่ความสนุกของกิจกรรมในแต่ละวีคของอาจารย์คือการไม่สามารถทำนายได้ล่วงหน้าเลยว่าวันนี้อาจารย์จะให้ทำอะไร ให้แบ่งกลุ่มแบบไหน ให้ทำกลุ่มทำเดี่ยว จนมาถึงสัปดาห์ที่มีการเรียนถึงการวัดผลของการตลาดว่าค่าใดมีความสำคัญต่อการตัดสินใจในการวางแผนและกลยุทธทางการตลาด และแน่นอนการวัดผลนี้ มันต้องแสดงข้อมูลออกมาเป็นกราฟรูปแบบต่างๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่หนีไปพ้นเลยคือการทำ Dashboard เพื่อให้ทีมบริหารแผนกต่างๆหรือเจ้าของกิจการเข้าใจถึงยอดขาย กำไร ลูกค้า และช่องทางต่างๆ เพื่อตรวจสอบว่าช่องทางไหนมีประสิทธิภาพ สินค้าไหนได้รับความนิยม สินค้าไหนสร้างส่วนต่างของกำไรได้มากที่สุด และการแสดงผลอื่นๆอีกมากมายเป็น Dashboard


ในส่วนของสาขา Data Science (DADS NIDA) รุ่นผมก็จะผ่านการเรียนวิชา Data Visualization (ย้อนกลับไปดูรีวิววิชานี้ได้เทอมที่ 2) และได้สัมผัสการออกแบบกราฟต่างๆผ่าน Microsoft Power Bi ในคลาสอาจารย์เลยให้โจทย์ทุกคนในการออกแบบ Dashboard กับข้อมูลทางการตลาดที่ได้เห็น ณ โมเม้นต์ที่อาจารย์เริ่มให้ลงมือทำ มีเวลาเพียงชั่วโมงครึ่งถ้าจำไม่ผิด ซึ่งต้องทำการศึกษาข้อมูลก่อนว่าตอนนี้มีข้อมูลอะไรบ้าง แล้วจากนั้นต้องทำการ Data Cleaning แก้ประเภทข้อมูลให้เหมาะสม ยังไม่ทันได้คิดเลยถึงตอนนี้ว่าต้องทำกราฟอะไรขึ้นมาบ้าง โดยส่วนตัวผมก็มีประสบการณ์เล็กน้อยในการทำ Dashboard ด้วย Power Bi มาบ้างระดับหนึ่ง


แต่นี้ให้ความรู้สึกเหมือนแลปกริ๊งที่มีเวลาจำกัดในการศึกษาข้อมูลว่ามันสามารถเอาอะไรมาผสมอะไรได้บ้าง ข้อมูลไหนที่จะมีประโยชน์ในการแสดงผลมากที่สุดและได้อินไซต์ที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องตัดสินใจทางด้านการออกกลยุทธทางการตลาด ด้วยความที่ตัวเองรู้มากก็คิดเยอะไปด้วย แต่เวลาให้ทำก็ลดลงทุกที ทุกที จะทำแบบเชิงลึกขั้นสูงก็เวลาไม่เพียงพอ สุดท้ายก็ได้หน้าตาออกมาแบบเรียบง่ายเอาไปเบื้องต้นก่อนนะครับ ไม่มีเวลาคิดเวลาตกแต่งให้สวยงามเลยจริงๆ ซึ่งปกติผมเวลาทำ Dashboard หรือ Powerpiont จะต้องเลือกสีคุมโทน คำนึงว่าแต่ละสีมันส่งผลอย่างไรกับความรู้สึกของคนดูเรียบเรียงอันไหนควรเด่นไม่เด่น แต่งานนี้เละครับไม่มีเวลาสนใจเรื่ององค์ประกอบศิลป์แล้ว (ถ้าอาจารย์อ่านบทความนี้รบกวนคอมเม้นท์ได้นะครับว่าพอได้ไหมครับ)


DADS NIDA
Dashboard ของผมที่ส่งอาจารย์ไปไม่เห็นงานของเพื่อนเท่าไรเลยไม่รู้ดีหรือไม่ดี

Dashboard ทำได้แล้วชีวิตทำงานจะสบาย


อันนี้ขอแถมประสบการณ์การทำการของตัวเองด้วยการสร้าง Dashboard ของตัวผมเองเลยนะครับ มันช่วยชีวิตการทำงานของคุณได้อย่างมาก เบื่อไหมที่คุณต้องทำรายงานผลแต่ละเดือน แต่ละไตรมาส แต่ละปี มันจะวนลูปมาให้คุณได้ทำอยู่เรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในหน้าที่การงานของคุณ แต่เดี๋ยวก่อนซาร่า ปัญหาที่ซ้ำซากจำเจเหล่านี้ของคุณจะหมดไปถ้าคุณได้รู้จักกับเครื่องมือทุนแรงอัจฉริยะอย่าง Dashboard มันจะทำให้คุณไม่ต้องมาหมกหมุ่นทำงานดึกดื่นเพื่อสรุปรายงานอีกต่อไป

gif

[สถานการณ์จำลอง]

จอร์จ: ซาร่า ยอดขายเดือนนี้เราเป็นยังไงบ้าง

ซาร่า: ไปดู Dashboard สิคะ คุณจอร์จ

จอร์จ: ซาร่าแล้วลูกค้าใหม่เดือนนี้มีตามเป้าไหม

ซาร่า: ก็ไปดู Dashboard สิคะ คุณจอร์จ

จอร์จ: ซาร่า ผมอยากได้ยอดขายแบรนด์ A เทียบกับปีก่อน

ซาร่า: ก็บอกว่าไปดู Dashboard สิคะ คุณจอร์จ !!

จอร์จ: ซาร่า คุณไปรู้เรื่องแบบนี้มาจากไหน

ซาร่า: mini BADS Dashboard Professional Track ค่ะ รุ่นที่ 3 เปิดรับ 1 ตุลาคมนี้ ถ้าคุณอยากรู้มากขนาดนั้นแบบฉัน คุณรีบไปลงเรียนนะคะ มันเต็มเร็วมากค่ะอย่าช้า พระเจ้าช่วยกล้วยทอด มันยอดมากจริงค่ะจอร์จ ไปตำเดี๋ยวนี้เลย


หรือว่าใครสนใจจะต่อโทจริงจังแบบผมไปเลยตอนนี้สาขาผม Data Analytics and Data Science หรือ DADS NIDA ชื่อใหม่อันไฉไล เปิดรับสมัครถึงวันที่ 25 กันยายนนี้นะครับ มาร่วมกันเจอประสบการณ์แบบนี้ได้ และอาจจะโชคดีได้เรียนวิชานี้ด้วยนะครับ ถ้าจบเทอมแล้วผมจะมารีวิวอีกรอบนะครับ เรียนยังไม่ถึงครึ่งยังสนุกสนานขนาดนี้แล้ว ครึ่งหลังที่เหลือจะเป็นไง อย่าลืมติดตามกันนะครับที่แฟนเพจ Facebook Devvertory เลย มีบทความเยอะแยะมากมายที่ผมเขียนความรู้เยอะแยะไปตามกันเลยน้า



ดู 427 ครั้ง0 ความคิดเห็น