• Canate Dew

Data Science (DADS Nida) มา 2 เทอมจนซึมเศร้าถามหาและทำอย่างไรถึงรอดมาได้

อัปเดตเมื่อ 24 ก.ย. 2564



ผมกำลังเดินเข้าไปในถ้ำที่ผมคิดว่าจะเป็นทางที่นำไปสู่ดินแดนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความแปลกใหม่ ผมเห็นผู้คนมากมายเดินเข้าไปในนั้นแล้วไม่กลับออกมาอีก ยิ่งทำให้ผมมั่นใจได้ว่าถ้ำแห่งนี้แหละคือเส้นทางที่ผมต้องเดินเข้าไปตามคนอื่นเขา แม้ว่าจุดที่ผมอยู่จะเป็นทะเลที่เงียบสงบ เม็ดทรายเนียนขาวเมื่อผมจรดปลายเท้าแตะบนผืนทราย และเริ่มเดินทอดยาวไปอย่างเอื่อยเฉื่อย ก็รู้สึกนุ่มสบายพร้อมได้รับไออุ่นอ่อนๆที่เกิดจากแดดยามเช้าสาดส่องกระทบเม็ดทรายแต่ละเม็ด สะท้อนระยิบระยับดั่งคุณกำลังเดินบนทางช้างเผือก มันคือสรวงสวรรค์เหมาะแก่การพักผ่อนทั้งกายและใจไปตลอดกาล

ผมตัดสินใจเดินเข้าถ้ำนั้นไปโดยไม่ลังเล วาดฝันถึงสรวงสวรรค์ที่งดงามกว่าที่ผมเคยอยู่ ผมชวนเพื่อนที่อยู่ด้วยบอกเล่าถึงความงดงามของปลายทางที่ผมได้ยินผู้คนเล่าลือกันจนเพื่อนเชื่อมั่นและตัดสินใจทิ้งชีวิตที่แสนสงบ ณ ผืนทะเลแห่งนี้สู่การผจญภัยเพื่อค้นหาสิ่งที่ผมและเพื่อนได้วาดฝันเอาไว้ มองเข้าไปจากปากถ้ำก็เห็นหนทางที่ยากลำบาก เต็มไปด้วยก้อนหินก้อนกรวดนานาทรง ทั้งแหลม ทั้งโค้ง ทั้งเหลี่ยม มันดูไม่น่าภิรมย์สำหรับการเดินเลย แต่ผมและเพื่อนก็เดินเท้าเปล่าไปด้วยความมุ่งมั่น ตามหลายคนที่เดินเข้าไปในนั้นโดยที่พวกเราไม่รู้ว่าหนทางข้างในเป็นอย่างไร

ใครที่ติดตามผมมาตั้งแต่ต้นคงจะเดาออกว่าผมกำลังเปรียบเปรยถึงอะไร สำหรับคนที่ยังไม่ทราบว่าผมกำลังพูดถึงเรื่องอะไร สามารถย้อนความไป เมื่อผมที่ไม่รู้เลขและโค้ด ต้องก้าวสู่โลกของ Data Science ที่นิด้าหรือปัจจุบันคือ DADS Nida และหากใครที่กำลังสับสนว่า DADS Nida ต่างกับ MADT Nida อย่างไร ลองอ่านที่ผมแนะนำดูนะครับ MADT หรือ DADS ที่นิด้าเลือกอะไรดี (ก็มันแยกจาก BADS แล้วสับสนแหละ)


And every time I try to fly, I fall.




เมื่อผมผ่านเทอมที่ 1 มาได้อย่างสาหัสผมก็เดินก้าวต่อด้วยความหวัง เพราะผมได้เจอเพื่อนร่วมเดินทางอีกมากมายที่ได้ยินข่าวลือที่ว่าปลายอุโมงค์นั้นมีความฝันของพวกเรารออยู่ที่นั้น ผมรู้สึกโชคดีมากที่ตัดสินใจเดินเส้นทางนี้เข้ามาหากก้าวเดินไปคนเดียวผมคงหันหลังกลับตั้งแต่ยังเห็นปลายแสงรำไรจากทางที่ผมเดินเข้ามา เพราะว่ามันยากมากเหลือเกินในการเดินเข้ามาแบบเท้าเปล่า ไม่เตรียมเครื่องไม้เครื่องมือในการเดินทางมาเลย มีแค่จิตใจที่มุ่งมั่นเท่านั้น แม้ว่าเราจะเดินมาจนเรียนรู้การเอาตัวรอดในถ้ำเบื้องต้น แต่ยิ่งเดินลึกไปเท่าไรยิ่งเจอกับอุปสรรคที่ยากลำบากมากกว่าเดิม เพื่อนร่วมเดินทางต่างช่วยกันฉุด ช่วยกันดึง ช่วยกันผยุงให้ผ่านอุปสรรคไปด้วยกันได้

และเมื่อเข้าเทอมที่ 2 ของการเรียน Data Science จะ BADS Nida หรือ DADS Nida ก็ตาม มันเปรียบเหมือนเราได้เดินเข้ามาในถ้ำโดยที่มองไปข้างหลังก็เห็นแต่ความมืดมิด มองไปข้างหน้าก็ไม่มีวี่แววถึงจุดหมาย เพราะสิ่งที่คุณกำลังได้เจอในตอนนี้มันไม่ใช่แค่พื้นๆ อีกต่อไปคุณต้องใช้ทุกอย่างที่คุณได้เรียนรู้เพื่อเอาตัวรอดในเทอมที่สองไปให้ได้ ซึ่งตัวเปล่าเล่าเปลือยอย่างผมที่ผ่านพื้นฐานเลขและการเขียนโค้ดมาได้แบบบาดเจ็บพอตัว ต้องกำลังเผชิญโจทย์ที่ท้าทายที่สุดในชีวิต

  • Machine Learning

  • Big Data Management

  • Modern Statistic

  • Data Visualization

วิชาเหล่านี้ล้วนใช้พื้นฐานเลขและการเขียนโค้ดไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็ต้องใช้ทั้งคู่พร้อมกัน หมายความว่าในเทอมที่สองแล้วคุณจะต้องคุ้นชินกับการเขียนโค้ดและการคำนวนขั้นสูงเป็นอย่างดี ซึ่งผมคนที่ยังไม่รู้ว่ายกกำลังติดลบคืออะไร Log มันคืออะไร Sin Cos Tan มันคืออะไร มันเปรียบดั่งคุณกำลังจะขุดถ้ำด้วยมือเปล่า มันทั้งยากทั้งเสียเวลาทั้งเหนื่อยกว่าคนที่มีอุปกรณ์พร้อมในการผจญภัยในโลก Data Science ผมเลยอยากย้ำทุกคนอีกครั้งกับเรื่องการเตรียมตัว ระวังตัวไว้ก่อนเริ่มเรียน Data Science (ถ้าไม่อยากจะหัวใจวายตอนเรียน) ไปอ่านการเตรียมตัวได้นะครับ ยิ่งคนที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยแล้วไม่มีพื้นฐานต้องเตรียมมาแน่นๆเลย

Machine Learning ที่ DADS Nida จะเป็นการเรียนทั้งสมการ ทั้งการเขียนโค้ด เรียกได้ว่าเอาความรู้ที่เรียนมาทุกอย่างมาใช้เลยจริง จะได้เรียนในเรื่อง Supervised Learning, Unsupervised Learning ตั้งแต่ Regression หลากหลายรู้แบบ, Decision Tree, Neural Network, Kmeans Clustering, Support Vector Machine, K Nearest Neighbor ซึ่งคุณต้องคำนวนสมการทุกอย่างเป็นเพื่อการ Optimization ของโมเดลต่างๆที่เราเรียนมา ต้องรู้ค่าพารามิเตอร์ต่างๆของแต่ละโมเดลมันจะยากเป็นพิเศษถ้าคนเข้ามาเรียนด้วยความว่างเปล่าแบบผม และในโปรเจควิชานี้ก็จะเป็นการแข่ง Kaggle กันของทุกกลุ่มที่เรียนวิชานี้ ใครได้ที่ 1–5 จะได้คะแนนพิเศษซึ่งสนุกและกดดันไปพร้อมๆกัน ต้องเอาสิ่งที่เรียนมาทุกอย่างมาใช้จริงๆ (ถ้ายังไม่รู้จัก Kaggle อย่าเพิ่งเรียน Data Science ไปเตรียมตัวก่อนนะ)


เชฟป้อมกล่าวเตือนอีกครั้ง ภาพจาก Master Chef Thailand
เชฟป้อมกล่าวเตือนอีกครั้ง ภาพจาก Master Chef Thailand

Big Data Management ที่ DADS Nida นั้นจะสอนการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่มากถึงมาก ถ้าคุณนึกไม่ออกทำไมต้องเรียนด้วย คุณลองเปิด Excel ที่มีข้อมูลสัก 500,000 แถวแล้วหรือยังคอมพิวเตอร์ของคุณจะไหวไหม นั้นเป็นเหตุผลที่เราต้องเรียนตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน Hadoop,YARN, HDFS, Hive, MapReduce, Spark, Flume, Kafka และสารพัดสารพันที่คุณจะได้เขียนโค้ดเพื่อเรียนรู้อย่างสนุกสนาน (ถ้าคุณรักการเขียนโค้ดเป็นชีวิตจิตใจ) คุณจะได้เรียนรู้การรับมือข้อมูลประเภทต่างๆ ความแจกต่างของเครื่องมือในการจัดการข้อมูลเหล่านั้นจำเป็นมากถ้าคุณมาสายนี้

Modern Statistic ที่ Dads Nida นั้นก็คือการเรียนสติถินั้นเอง ชื่อคณะก็บอกอยู่แล้วชัดเจนที่นี่คือคณะสถิติประยุกต์ ถ้าไม่ได้เรียนสถิติแล้วจะเอาไปประยุกต์อย่างไรจริงไหมครับ ในวิชานี้เราจะได้เรียนตั้งแต่ Normal Distribution, Confidence Interval, Hypothesis Testing, ANOVA, Chi-squared Distribution, Linear Regression เรียกได้ว่าอัดแน่นเรื่องสถิติมากที่สุด ผมโชคดีมากที่เจออาจารย์ที่เข้าใจในความยากของการเรียนวิชานี้ อาจารย์จะพูดให้กำลังใจเสมอ และสอนแบบค่อยเป็นค่อยไป มีการทวนของเก่าที่เรียนไปทุกครั้ง ทำให้เราไม่หลุดและตามไปได้อย่างเข้าใจทุกคาบ (เป็นวิชาแรกที่ผมไม่อยากจะโดดเรียนด้วยความยากของมันและความเอาใจใส่ของอาจารย์ที่ใส่ใจนักศึกษาเป็นพิเศษจนทุกคนรับรู้ได้)

Data Visualization ที่ไม่ใช่วิชาบังคับของ DADS หลักสูตรใหม่แต่เป็นวิชาบังคับของ BADS ทุกคน เป็นวิชาที่เหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับสาขานี้แต่มันเกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิง เป็นวิชาที่เรียนเรื่องหลักการออกแบบเพื่อการสื่อสารข้อมูลที่เราวิเคราะห์มาให้ผู้อื่นได้รับข้อมูลที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ในวิชานี้จะได้เรียนรู้ประเภทกราฟนานาชนิดที่แบบจำกันไม่ไหวกันเลยที่เดียว พร้อมทั้งหลักการออกแบบตั้งแต่การใช้สี ใช้เครื่องหมาย ใช้เส้น ใช้รูปทรงต่างๆที่เรียบง่ายแต่ดึงดูดผู้คน และสื่อสารข้อความได้ตามจุดประสงค์ของการวิเคราะห์ข้อมูล วิชานี้คุณจะได้ส่งมือทำสื่อต่างๆที่คุณคิดว่าเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ รวมถึงเรียนรู้การใช้เครื่องมืออย่าง Power BI ในการทำ Dashboard ตกแต่งให้สวยงามและมีคุณค่า น่าเสียดายที่รุ่นหลังจะไม่ได้เรียนวิชานี้อีกแล้ว ทำไมนะหรอคุณเคยดูเรื่อง Dark ของ Netflix Original ไหม ผมคือคุณในอนาคตในอดีตและในปัจจุบัน เราผูกพันธ์กันแบบไม่รู้จบ เรียกได้ว่าแบ่งเซคเรียนเป็น 3 มิติ เนื้อหาของทั้ง 3 มิตินั้นไม่เหมือนกันคุณจะต้องเข้าถ้ำย้อนเวลาไปมาเพื่อเรียนรู้ทั้ง 3 เนื้อหาที่แตกต่างกัน ถ้าคุณไม่เคยดูเรื่อง Dark (น่าเสียดาย มันสนุกมาก) ผมจะยกตัวอย่างเป็นเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ แทนแล้วกัน สมมติตัวคุณเป็นเฮอร์ไมโอนี่ที่มีนาฬิกาย้อนเวลาแล้วต้องย้อนเวลากลับไปเรียนเซคอื่นๆที่คุณไม่ได้เรียนเพราะในปัจจุบันคุณเรียนวิชาอื่นอยู่ นั้นหมายความว่าเนื้อหามันคือ 3 เท่าแล้วคุณต้องสอบมันทั้งหมดใน 3 ชั่วโมง โอ้ว ร้ายกาจ เธอทำได้ยังไงน่ะเฮอร์ไมโอนี่! มันเหลือเชื่อมากๆ

From the bottom of my broken heart.



อย่างที่ผมบอกไปแต่ละวิชาคือเนื้อหาเข้มข้นมาก ไม่เข้มข้นเราไม่นอนเลยจริงๆ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่เตรียมตัวมาไม่พร้อมแบบผม ที่ตัดสินใจเดินผจญภัยโดยหัวใจที่มุ่งมั่นแต่ปราศจากการเตรียมรับมือกับสิ่งเหล่านี้ มันเป็นเรื่องราวที่น่าเศร้าที่ผมอยากให้ทุกคนได้พร้อมเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับมันไว้

อย่างที่ผมบอกไปเมื่อผมเดินทางมายังจุดที่มองไปข้างหลังก็ไม่แห่งแสงจากทางเข้า และมองไปข้างทางก็ยังมืดมิด ความพยายามที่เราจะสู้กับมันก็เริ่มอ่อนล้าอ่อนแรงลงทุกที ยิ่งผมเลือกที่จะเรียนภาคพิเศษด้วยแล้ว งานที่ต้องรับผิดชอบในวันธรรมดามันก็ต้องมี และหลังเลิกงานกลับมาก็ต้องมาเตรียมตัวปรับพื้นฐานตัวเองทั้งเลขทั้งโค้ด เพราะเจอแต่วิชาหินทั้งนั้นไม่ปรับคือจะไม่เข้าใจเนื้อหาแน่นอน การบ้านก็ต้องทำส่ง งานกลุ่มก็ต้องให้ความร่วมมือ เมื่อทุกอย่างถาโถมเข้ามาบวกกับการที่ไม่มีวันหยุดเลยเพราะภาคพิเศษเรียนเสาร์อาทิตย์ เหมือนกับการเดินไปเรื่อยๆแบบไม่ได้เวลาพักผ่อน เดินสะดุดบ้าง ล้มบ้างแต่ก็ยังเดินต่อไปเพื่อความฝันที่เราต้องการ

ใครจะคิดว่าการไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งนี้มันจะเหนื่อยมากกว่าที่คิด เมื่อหยุดพักก็รู้สึกผิดที่เดินตามคนอื่นไม่ทัน เมื่อหยุดพักก็จะรู้สึกว่าผิดที่จัดการงานต่างๆยังได้ไม่ดีเต็มที่ เหมือนกับการเล่นกายกรรมโยนลูกบอลในมือ 3 ลูกไม่ให้มันตกพื้น ทั้งเรื่องการงาน ทั้งเรื่องการเรียน ทั้งเรื่องสุขภาพ เมื่อหยุดพักเมื่อไรลูกบอลทั้งสามลูกก็จะกระจัดกระจายให้ไปในความมืดมิดในถ้ำแห่งนี้ จะปล่อยลูกบอลซักลูกทิ้งไปเราก็รู้สึกผิด เลยต้องพยายามประคองมันไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมพยายามบอกกับตัวเองว่าผมยังทำได้

จนมาทุกจุดที่เมื่อทำงานผมจะกังวลเรื่องการเรียน เมื่อกลับมาอ่านหนังสือก็จะกังวลเรื่องไม่ได้ออกกำลังกาย น้ำหนักขึ้นมาจนใส่อะไรก็รู้สึกอึดอัดกับตัวเองไปหมด แต่ถ้าผมจะเลือกไปออกกำลังกายก็จะเหนื่อยหมดแรงจนอยากรู้สึกนอนพักผ่อน แต่เมื่อจะนอนพักผ่อนผมก็กลับมากังวลเรื่องเรียนทำไมไม่ใช่เวลาว่างตรงนี้ทบทวนบทเรียนแล้วตามคนอื่นให้ทัน การพักผ่อนจึงการเป็นการพักผ่อนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด และเมื่อถึงวันเรียนเสาร์อาทิตย์ ผมก็จะเริ่มกังวลเรื่องงานที่จะต้องสะสางในวันจันทร์ ผมพยายามคิดว่าเพื่อนคนอื่นๆก็กำลังเผชิญชะตาเดียวกับเรา ผมยังพยายามบอกกับตัวเองว่าผมยังทำได้ “ฉันคือ DS ฉันคือ DS ฉันคือ DS DS ฉันคือ DS”

I need time, love. I need space. (This is it)


เมื่อมาถึง ณ จุดที่ยิ่งพยายามเท่าไรมันกลับยิ่งซับซ้อน สับสน วุ่นวาย ผมเริ่มรู้สึกว่าให้เวลากับงานไม่มากเพียงพอ ให้เวลากับการเรียนไม่มากเพียงพอ และให้เวลากับตัวเองไม่มากเพียงพอ แต่เวลาของคนเราก็เท่ากันมี 24 ชั่วโมงแล้วทำไมผมกลับรู้สึกว่าเวลาของตัวเองไม่พอ ทุกอย่างมันเลยหลอมรวมกันเป็นก้อนเดียวกันทั้งงานทั้งเรียนทั้งพักผ่อน ผมก็ยังจะพยายามบอกกับตัวเองว่าผมยังทำได้

และแล้ววันหนึ่งช่วงสิ้นปี ที่หลายบริษัทงานจะเยอะเป็นพิเศษและช่วงไฟนอลที่กำลังเข้ามา เช้าวันจันทร์หลังจากที่ผ่านการเรียนวันอาทิตย์มาอย่างหนักหน่วง ผมตื่นมาพยายามเอาตัวเองยัดลงไปในกางเกงเหมือนดั่งทุกเช้าที่ผ่านมาพร้อมกับมองสภาพของตัวเองที่ใส่กางเกงยังต้องใช้ความพยายามขนาดนี้ พร้อมที่จะออกจากห้องไปทำงาน และผมก็ยังจะดื้อด้านพยายามบอกกับตัวเองว่าผมยังทำได้ ก่อนออกจากห้อง ผมเชคมือถืออ่านข้อความเกี่ยวกับงานต่างๆที่เข้ามา และผมก็ร้องไห้ออกมา ด้วยความสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองผมจึงกลับไปที่เตียงและร้องไห้จนเผลอหลับไป

ตื่นมาอีกทีตอนเที่ยงผมก็ยังจะดื้อด้านพยายามบอกกับตัวเองอีกสักครั้งว่าผมยังทำได้ ข้อความจากที่ทำงานมากขึ้นและมีสายที่ไม่ได้รับระหว่างที่เผลอหลับไป และก็มีสายเข้าอีกครั้งขณะที่ผมอ่านข้อความในมือถืออยู่ ผมกลับร้องไห้อีกครั้งและกลับไปยังเตียงอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ใช้เวลาเป็นอาทิตย์ไม่รับสายที่ทำงาน ไม่รับสายที่บ้าน ไม่รับสายเพื่อน ไม่รับสายมหาลัย ไม่รับสายใครทั้งนั้น อยู่แต่ในห้องไม่ทำอะไรทั้งนั้น ไม่ได้ทำงาน ไม่ได้ไปสอบไฟนอล นั่งจมอยู่กับความสับสนที่เกิดขึ้นกับตัวเองพร้อมกับความคิดในหัววนเวียนไปมาว่าทำไมตัวเองทำอะไรไม่ได้สักอย่างเลย

Cause now I’m stronger than yesterday.


แต่สุดท้ายผมก็ผ่านมาได้จนถึงทุกวันนี้เริ่มลงบทความเพราะอยากให้ทุกคนที่ต้องการผจญภัยในโลก Data Science ให้เตรียมตัวให้พร้อม เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมคือ “ผมเป็นซึมเศร้าระดับกลาง” ผมก็รักษาตัวกับจิตแพทย์และนักบำบัดตามขั้นตอนปกติจนทุกวันนี้ตัดสินใจทิ้งบอลหนึ่งลูกนั้นคือลูกบอลของงาน ตอนนี้ผมรู้สึกว่าการเดินทางของผมมันคือจุดเริ่มต้นใหม่ ถึงยังไงเราก็ไม่ได้เริ่มต้นจาก 0 เมื่อผมล้มลงในถ้ำอันมืดมิด เมื่อผมชินกับความมืดนั้น ตาของคุณเริ่มปรับตัวและสามารถมองไปในความมืดนั้นได้ ตลอดเวลาการเดินทาง 2 เทอมที่ผ่านมาผมคิดว่าในความมืดมิดนี่ไม่มีใครอยู่เลย แต่สิ่งที่ผมคิดนั้นกลับผิดมหันต์เพราะเมื่อมองไปรอบๆในความมืดนั้นกลับมีคนที่พร้อมจะยื่นมือมาช่วยเหลือเรา ทั้งครอบครัว ทั้งเพื่อนที่มหาลัย ทั้งเพื่อนที่ทำงาน ทั้งเพื่อนในอดีต ทั้งอาจารย์ที่มหาลัย ทั้งเจ้าหน้าที่มหาลัย ทุกคนต่างพร้อมที่จะช่วยเหลือเราจริงๆ แต่ตอนนั้นผมกลับก้มหน้าก้มตาเดินไปด้านอันมืดมิด ไม่มีความคิดที่จะมองหาความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เพราะคิดว่าในความมืดแบบนี้คงไม่มีใครอยู่หรอก แต่ทุกคนล้วนแล้วอยู่ในความมืดมิดเดียวกัน พร้อมที่จะยื่นมือมาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พร้อมที่จะประคองกันต่อไปยังสรวงสวรรค์ดินแดนที่พวกเราต่างฝันถึง มันเหมือนราวกับว่าความมืดมิดนั้นหาไปและเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายถ้ำ แม้จะเป็นแสงที่ริบหรี่แต่กำลังใจได้การเดินทางนั้นมันกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ทุกการล้มกลับกลายเป็นความยินดี ทุกความผิดพลาดกลายเป็นเรื่องน่าขัน ผมคิดว่าตัวเองเป็นดั่ง “ดอกคอสมอส ตอนนี้ยังเป็นฤดูใบไม้ผลินะ ถ้ารอไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะเบ่งบานอย่างงดงามในฤดูใบไม้ร่วง ดังนั้นอย่ารีบร้อนไปเลย” — คุณย่าชเววอนด็อกพูดเอาไว้ (ถ้าใครไม่เข้าใจผมเป็นบ้าเพ้ออะไรเนี่ย ให้ย้อนกลับไปอ่าน เรียน Data Science 1 ปีแล้วนึกว่าเป็นนัมโดซานเลยลง Hackathon (เป็นไงล่ะ รอดไหมล่ะ))


 

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่อ่านมาจนจบ ผมเริ่มเขียนบทความเพราะอยากให้ทุกคนที่คิดจะเดินทางในเส้นทางเดียวกันกับผมได้เตรียมตัวให้พร้อมอย่างน้อยก็เตรียมใจว่าจะเจอกลับอะไร ไม่ให้อย่างเป็นอย่างผมที่เดินทะเล่อทะล่าเข้ามาแบบไม่รู้อะไรเลยสักนิดเดียว และเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเรียนด้วยเช่นกัน

จนมาถึงวันนี้ผมรู้สึกปลื้มปิติยินดี (พยายามหาคำที่มากกว่าดี) ที่ตัดสินใจมาเรียนที่ BADS NIDA หรือ DADS NIDA มันทำให้ผมเข้าใกล้ความฝันของผมอย่างไม่เดียวดาย ขอบคุณอาจารย์ที่คนที่ช่วยผลักดันผมและนักศึกษาคนอื่นๆโดยเฉพาะอ.เชคและอ.อเล็กซ์ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่มหาลัยที่สนับสนุนเรื่องเอกสาร กิจกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะพี่คูณ พี่ใหม่ และน้องนัทที่ทำให้ผมมีเพื่อนกินข้าวด้วย และขอบคุณเพื่อนในคณะที่พร้อมช่วยเหลือกันโดยเฉพาะน้องโค้ส น้องเบส น้องแมน น้องปอ เราจะผ่านมันไปด้วยกันถึงสรวงสวรรค์ดินแดนพาราไดซ์ปาร์คโลกแห่งอนาคตที่ พวกเราเป็นสุดยอดนักคลีนข้อมูล ที่ไม่ว่าข้อมูลยากขนาดไหนก็เป็นเรื่อง่ายสำหรับพวกเรานะ เราจะไม่ต้องมานั่งปวดหัวอะไรแบบนี้กันอีกแล้ว และขอบคุณเพื่อนๆที่มหิดลทั้งป.โทและป.ตรี ขอบคุณเพื่อนที่ราชวินิตบางแก้ว รวมทั้งเพื่อนทุกคนที่ผ่านมาให้กำลังใจกัน โดยเฉพาะน้องซันที่ทำให้พี่ผ่านมาได้ถ้าไม่มีน้องซันคงจมอยู่กับตัวเองไปนานมาก ทุกกำลังใจที่ได้ในตอนนั้นมันสำคัญกับเรามากจริง

ทุกคนไม่ต้องห่วงเราแล้วนะตอนนี้เราใช้ชีวิตในทุกวันอย่างแฮปปี้มาก เหมือนกับไม่เคยเป็นซึมเศร้ามาก่อน และสุดท้ายขอขอบคุณครอบครัวที่เข้าใจโรคซึมเศร้าและช่วยเหลือทุกอย่างและทุกด้านให้กำลังใจผมและให้ความรักผมตลอดมา ผมก็จะทำให้เต็มที่ที่สุด จะมีความสุขที่สุด จะเบ่งบานดั่งดอกคอสมอสให้ได้เลยที่เดียวแม้ว่าจะต้องผ่านไปกี่ฤดูก่อนตาม


และสำหรับผู้อ่านทุกท่านที่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นการผจญภัยที่แท้จริงของผมเพียงเท่านั้น ขอให้ทุกท่านติดตามเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นกับผมจากนี้เป็นต้นไป ขอเป็นกำลังใจให้ผมไปด้วยกันนะครับ ผมก็เป็นกำลังใจให้ทุกท่านไม่ว่าแต่ละคนกำลังผจญภัยในเส้นทางไหนก็ตาม ผมเชื่อว่าเส้นทางที่ทุกคนเลือกเดินมันไม่ง่ายเลย แต่ถ้าหากคุณกำลังคิดว่าคุณอยู่ในความมืดมิดขึ้นมาเมื่อไร มองขึ้นมาคุณยังมีผมคนหนึ่งละกันที่กำลังสู้และพร้อมให้กำลังใจคุณนะครับ ซึ่งทุกคนสามารถติดต่อผมมาได้นะครับถ้าคุณกำลังสงสัย ลังเล หรือกลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นถ้าคุณจะมาเรียนที่นิด้า BADS หรือ DADS หรือ MADT หรือเรียนอะไรก็ตาม แอดผมาได้เลย Facebook หรือ Linkedin ก็ได้นะครับ ผมยินดีเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางของคุณ (ส่วนหนึ่งผมเหงาด้วยแหละ มาคุยมาแชร์กันหน่อย 55555)

Something u don’t need to know:

  • And every time I try to fly, I fall.

  • From the bottom of my broken heart.

  • I need time, love. I need space. (This is it)

  • Cause now I’m stronger than yesterday.

And finally, thank Britney Spear to be such a strong fighter #freebritney

ดู 163 ครั้ง0 ความคิดเห็น